“หมอรู้ไหม บางทีฉันก็ต้องถามตัวเอง ว่าเรากำลังข่มขืนสามีอยู่รึเปล่า” เธอเป็นคนเปิดประโยคนี้ออกมาก่อนที่ผมจะได้อธิบายว่าการตรวจภายในไปเมื่อครู่นั้นพบเจออะไรบ้าง

“หมอจำฉันได้ไหม ฉันเคยมาหาหมอเมื่อคราวก่อนเพื่อจะให้หมอทำรีแพร์ให้” เธอยังคงเรียกสติผมให้กลับมาสู่การสนทนา หลังจากที่เห็นผมทำท่าตะลึงจากบทสนทนาแรก

“จำได้สิ” ตอบว่าจำได้ เพราะเหลือบมองในประวัติเก่า ผมเขียนบันทึกการรักษาเอาไว้
“ทำไมจะจำไม่ได้ เธอคือคนที่หมอบอกว่าจิ๋มปกติ จิ๋มของเธอหนีบได้แรงดี และท้ายที่สุดก็ไม่ยอมทำรีแพร์ให้” เธอยิ้มและพยักหน้า

“หมอยังพูดว่า หากจะให้จิ๋มเล็กกว่านี้ ก็เป็นรูตูดแล้ว” เธอแทบจะพูดประโยคนี้ขึ้นมาพร้อมผม

“ใช่ ผมก็ยังจำเรื่องราวนั้นได้” จะว่าไป ที่จำได้ก็เพราะในค่ำวันนั้น ผมได้เขียนเรื่องราวของเธอบันทึกเอาไว้ในรูปแบบเรื่องสั้นนั่นเอง ผมจำทุกเรื่องที่เขียนลงไปได้เสมอ และผมบอกเธอไปว่า “เมียไม่ใช่นางบำเรอ”

“ฉันไม่ได้จำจิ๋มของเธอเอาไว้หรอกนะ อย่าเพิ่งตกใจ ไม่มีทางจำจิ๋มเธอได้แน่ๆ ผมจดจำแค่เรื่องราว” ผมเย้า

“เธอหน้าตาสดใสขึ้นมากเลยนะ คราวก่อนหน้าอมทุกข์เหลือเกิน แล้วตอนนี้ชีวิตครอบครัวเป็นอย่างไรบ้างล่ะ” ผมถาม

“ก็ดีค่ะ ความสัมพันธ์ของเรายังดี แต่ก็ยังได้เจอกันแค่ปีละครั้งเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ” เออ จริงสิ สามีเธอทำงานอยู่ต่างประเทศ กลับบ้านแค่ปีละครั้ง ผมจำได้

“แล้วสามีเธอมีคนอื่นมั้ยล่ะ” ผมเริ่มเรื่องแบบชนิดที่สามารถต่อติดจากการที่เจอกันเมื่อ ๖ ปีก่อนนู้นได้ในทันที

“ไม่มีค่ะหมอ เค้าบอกว่าไม่มี” เธอดูมั่นใจ
“รู้ได้ไงล่ะ ก็อยู่ต่างประเทศตลอด เธอเจอกันแค่ปีละครั้งเอง” ผมนี่นับว่าเลวได้สุดๆเหมือนกัน
“ก็เชื่อใจกันสิคะ ถ้าไม่เชื่อใจเขาแล้วจะให้เชื่อใจใคร” ครับ ผมยอม

“แล้วนี่มาเจอกันแต่ละที อยู่ได้กี่วันล่ะ ไม่จัดกันหนักหน่วงไปเลยหรือไร” ผมจินตนาการ

“แหม่..หมอ มันก็ไม่ได้มากขนาดนั้น หมอเข้าใจไหม ตอนเช้าก็ไม่ได้ ตอนเที่ยงก็ไม่เอา มากลางคืนบางคืนก็หมดแรงอยากนอนพักผ่อน” ผมแอบสงสารเธอ

“แล้วเวลาจะมีอะไรกันสักที ฉันก็ต้องเป็นคนเริ่มก่อน เค้านอนเฉยๆ” ออ..คงใช้ท่า woman on top หรือท่าที่ผู้หญิงอยู่ด้านบน นานมาแล้ว ครูที่เคยสอนผมท่านเรียกชื่อท่านี้ในภาษาไทยว่า “เยาวมาลย์แผลงฤทธิ์”

“มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันก็เลยถามเขาไปว่า เธอชอบถูกฉันข่มขืนเหรอ” แม่เจ้าโว้ย คุยกับเธอนี่มันสนุกจริงๆ

“แล้วแฟนเธอตอบว่าไง” ผมถาม

“ไม่ใช่แฟนค่ะ เค้าคือสามี เรามีลูกด้วยกันด้วยนะคะ” 
“เออ..สามีก็สามี ขอโทษ เล่าต่อเถิด กำลังสนุก” ผมขำ

“เค้าก็ตอบว่า อิสโอเค ไอเลิ้ฟดิ้ส” ผมว่านะ สามีของเธอคนนี้ก็คงมีความสุขกับการมีเพศสัมพันธ์ในท่านี้จริงๆ นั่นแหละ ผู้ชายไม่เหนื่อย และผู้หญิงก็ถึงง่ายกว่าด้วย ทำๆ ไปซะ จะได้เสร็จๆ

“แล้วเธอล่ะ โอเคมั้ย” ผมตัดอารมณ์

“ก็ได้ค่ะหมอ มันชินแล้ว ก็อยู่กับเขามานานกว่าสิบปีด้วยวิถีชีวิตแบบนี้ ยังไงก็ต้องอยู่ได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หนูร้องไห้ ที่ร้องไห้ออกไปก็เพื่อให้เขาได้รู้สึกเจ็บบ้าง” ผมไม่ได้ถามต่อ แต่การมองอย่างตั้งใจนั้น คนพูดก็เข้าใจได้ว่าโปรดเล่าต่อไปเถิด

“รอมาตั้งปี ฉันก็มีหัวใจนะ ฉันมีความต้องการ แต่เขากลับเฉยเมยในเรื่องแบบนี้ ฉันเสียใจ” 

“ครับ แล้วเขาตอบว่าไง”
“เขาก็บอกว่า ความรัก ในบางครั้งการได้นอนชิดกัน ได้กอด ได้จูบ เขาก็มีความสุขเหลือเกิน มาแบบนี้ฉันก็เลยยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีก” ผมยิ้มตอบ

“แล้วเวลาคิดถึง เธอจัดการตัวเองยังไง” ผมสอดรู้

“เดี๋ยวนี้ก็โทรศัพท์เห็นหน้าไงหมอ มันง่ายจะตาย พ่อลูกเค้าก็คุยกันทุกวันอยู่” เออใช่ ผมลืมไป

“ส่วนฉันน่ะเหรอ ถ้ามีความต้องการมากๆก็ช่วยตัวเองเอา” หูย..เด็ดดวงมาก นานๆที ผมจะได้มีโอกาสคุยกับผู้หญิงในเรื่องแบบนี้บ้าง เอ๊ะ..ไม่ใช่สิ 

เอาใหม่

นานๆที จะมีผู้หญิงสักคนเล่าเรื่องช่วยตัวเองให้ฟังบ้าง

“หมอคะ การช่วยตัวเองของฉัน มันจะเกิดอันตรายต่อร่างกายไหมคะ” เธอคงกังวล

“หมอถามหน่อย เวลาช่วยตัวเองนี่มันมัน(ส์)ไหม” 

“มันสิคะ แต่ฉันไม่ได้ใช้มือสอดเข้าไปข้างในนะ แค่วางนิ้วไว้ตรงร่อง แล้วถูเอา” แหม..ผมนี่จินตนาการเพริศแพร้วไปด้วยเลย

“แล้วถึงจุดสุดยอดทางเพศไหม”

“ถึงค่ะ”

“แล้วรู้สึกดีไหม”

“ก็ดีสุดๆเหมือนกันค่ะ”

“แล้วผ่อนคลายไหม”

“ค่ะ เล่นเอาเพลียเลย แต่มีความสุขมาก”

เหมือนเล่นเกมถามมาตอบไป แต่ผมต้องการแบบนี้จริงๆ

“นั่นไง เธอเองก็รู้สึกว่ามันดี มีความสุขและผ่อนคลาย แบบนี้เรียกว่าดีครับ มันไม่เกิดปัญหาต่อร่างกายของเธอหรอก” ผมอธิบาย

“ดีจริง นี่สบายใจเลยนะหมอ ทำไปหลายครั้ง กลัวมาตลอด”

“ใช่ดิ ทำไปเถอะ พวกผู้ชายมันก็ช่วยตัวเองกันเวลาหาจิ๋มไม่เจอ” ผมสนุบสนุนการช่วยตัวเองอย่างมีคุณค่า

“บางทีฉันก็แอบคิดนะ ว่าสามีฉันเค้ามีผู้ชายรึเปล่า” 

“เอ๊า..ทำไมมาออกเรื่องได้อีก” เธอเล่นตัดอารมณ์เสียดื้อๆ

“ก็ไม่สนใจเรื่องแบบนี้เลยไง” เธอมีสมมติฐานของตัวเอง

“แล้วถ้าเป็นจริงๆ เธอจะว่าไงล่ะ” ผมประเมิน

“ก็ไม่รู้สิหมอ อยู่มาด้วยกันจนป่านนี้ ถึงแม้จะเจอกันปีละครั้งก็ยังรักเขามาก ถ้าวันหนึ่งเขาอยากจะขอมีทางก้น ฉันก็คงจะยอมเหมือนกัน” 

“แหม่..เธอนี่เด็ดดวงมากเลยนะ จะไปฝึกก่อนมั้ย”

“นั่นน่ะสิคะ หมอสอนเป็นมั้ย”

“เอิ่ม..ได้โปรดอย่าถามได้ไหม เรื่องนี้ไม่ถนัดเลยจริงๆ” แล้วเราทั้งคู่ก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

“ขอบคุณนะคะ คราวก่อนฉันทุกข์มาก ได้เจอหมอด่าเรื่องรีแพร์ไปคราวนั้นจึงทำใจได้” ออ เธอมันเป็นพวกชอบความรุนแรง ต้องให้ถูกด่า

“มาคราวนี้ อย่างน้อยก็ได้สบายใจขึ้นมาอีกเรื่อง” เธอยิ้มให้

“ยังไง เรื่องจะฝึกมีเซ็กส์ทางรูตูดน่ะเหรอ” ผมงง

“บ้าเหรอหมอ ฉันหมายถึงเรื่องช่วยตัวเองค่ะ หมอนี่” แล้วเธอก็ตีต้นแขนผมดังเผียะ

ธนพันธ์ ชูบุญเมียถามว่าต้นแขนเป็นอะไร

๒๖ มีค ๖๒ เขียนบนฟ้าจบบนฟ้า กัปตันเปิดสัญญาณรัดเข็มขัด เตรียมตัวลงจอดสักที 
“ไทยยิ้ม” 

ที่มา : เพศสัมพันธ์กันปีละครั้ง โดย ผศ.นพ.ธนพันธ์ ชูบุญ

ร่วมติดดาวให้เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ

คลิกที่ดาวเพื่อติดดาวให้เนื้อหานี้

จำนวนดาวเฉลี่ย 4.7 / 5. จากการติดดาวทั้งหมด 19

ยังไม่มีการติดดาวให้กับเนื้อหานี้... เป็นคนแรกติดดาวให้เนื้อหานี้

โฆษณา

ทิ้งคำตอบไว้

ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน กับ RSATHAI

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่