เมื่อปลายปี 2564 มีเด็กนักเรียนต่างจังหวัด อายุ 16 ปี กำลังจะถูกตั้งข้อหาว่าฆ่าลูก เด็กสั่งยาทางเน็ตอ้างว่าท้องผูกแล้วคลอดลูกในห้องน้ำของโรงเรียนตั้งแต่ 8 โมงเช้า กว่าเด็กจะยอมรับว่าคลอดลูกก็เย็นแล้ว 18.30 น. ครูถึงพบเด็กทารกใส่ถุงดำในถังขยะ ข้างห้องน้ำโรงเรียน ทารกหนัก 2.8 กิโลกรัม เสียชีวิตแล้ว มีมดตอมเต็มตัว แพทย์ตรวจพบมีรอยถูกของแหลมแทงที่บริเวณคอ ตำรวจสันนิษฐานว่า แม่ใช้ไม้แหลมแทง น่าเสียดายอนาคตของนักเรียน คงเป็นเพราะไม่รู้จะปรึกษาใคร พ่อแม่ ครู หมอ ทุกคนล้วนไม่เข้าใจ ส่วนใหญ่จะต่อว่าเด็กก่อนที่จะรับฟัง เด็กจึงไม่กล้าเข้าหา รอจนกระทั่งสุดหนทางครับ

เด็กเหล่านี้ขาดคนจริงใจที่จะช่วยเหลือ ส่วนใหญ่จะพูดจาซ้ำเติม ผมจึงพยายามเน้นเรื่องทัศนคติ หรือมุมมองในการบรรยายทุกครั้ง เพราะมีคนทุกรุ่นในสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเร็วมาก ถ้าเราไม่เปลี่ยนมุมมองที่ควรจะเป็น จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

งานที่ต้องมีการบูรณาการหลายหน่วยงานแบบนี้ส่วนใหญ่จะทำไม่สำเร็จ แม้จะแก้กฎหมายให้เอื้อต่อการปฏิบัติแล้วก็ตาม เพราะทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็ทำงานกันตามหน้าที่ ไม่ได้ทำงานด้วยหัวใจ 

ผมขอฝากพวกเราทุกคนด้วยนะครับ อนาคตของเด็กต้องเสียไปอีกหนึ่งคน อย่าเอาแต่กล่าวโทษใครเลยเร่งหาทางช่วยแก้ไขปัญหาจะดีกว่าครับ

ผมเขียนบทความนี้เนื่องจากมีข่าวการทิ้งเด็กแรกเกิดบ่อยขึ้นในปัจจุบัน ปัญหานี้มีมานานโดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงใจ แม้ว่าจะมี พ.ร.บ. ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2559 และมีการแก้ไขกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 301 และ 305 ในปี 2564 ปัญหานี้จะยังคงมีอยู่ถ้าทุกคนในสังคมยังไม่เปลี่ยนมุมมอง หรือทัศนคติให้ถูกต้องเหมาะสมกับยุคสมัย 

69. Humanized health care
(การดูแลคนไข้ด้วยหัวใจบนพื้นฐานความรู้)

ท้องไม่พร้อม….ปัญหาที่พบได้ทุกวันในสังคมปัจจุบัน” นพ.พิษณุ ขันติพงษ์

“ท้องไม่พร้อม” เป็นปัญหาเรื้อรังที่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องเผชิญมายาวนาน โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่พบมากขึ้นในยุคทุนนิยม วัตถุนิยมและการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ซึ่งทำความลำบากใจให้กับทีมงานผู้ให้การรักษามาตลอด

การดูแลหญิงที่ท้องไม่พร้อม จากข้อมูลพบว่า ส่วนใหญ่เป็นหญิงที่มีครอบครัวแล้ว จำเป็นต้องเข้าใจในปัญหาอย่างถูกต้อง หลายคนท้องโดยบังเอิญทั้งที่มีการคุมกำเนิดแล้ว หลายคนท้องเพราะถูกข่มขืน หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์จากความสัมพันธ์ที่เริ่มจากโลกโซเชียล คงไม่มีใครอยากท้องในขณะที่ยังไม่พร้อม เพราะจะต้องเผชิญกับปัญหามากมาย บางคนอยู่ในวัยเรียน บางคนทำงานแล้วแต่ยังไม่ได้แต่งงาน บางคนยังไม่มีงานทำ

เมื่อไปปรึกษาแพทย์หรือคนใกล้ตัวมักถูกต่อว่า ทำไมไม่รู้จักคุมกำเนิด ทำไมมีเพศสัมพันธ์ทั้งที่ควรตั้งใจเรียนหนังสือ ทำให้หญิงท้องไม่พร้อมถูกผลักให้ไปเผชิญปัญหาตามลำพัง หลายคนคิดสั้นจบชีวิตตัวเอง หลายคนต้องไปใช้บริการทำแท้งเถื่อน หรือทิ้งบุตรหลังคลอดตามที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อย ๆ หญิงเหล่านี้มักถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นแม่ใจร้าย ใจทมิฬ ทั้งที่ยังไม่รู้ถึงเหตุผล ความจำเป็น และที่สำคัญไม่มีใครกล่าวโทษเพศชายที่มีส่วนร่วมในการตั้งครรภ์ด้วยเลย

ปัจจุบันได้มีการแก้ไขกฎหมาย ป.วิอาญามาตรา 301 และ 305 เพื่อเปิดทางให้หญิงที่ท้องไม่พร้อมมีทางเลือกได้ และแพทย์ที่พร้อมสามารถให้การรักษาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในกรณีที่ต้องการสิ้นสุดการตั้งครรภ์ โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายคำนึงถึงความปลอดภัยและสิทธิขั้นพื้นฐานเป็นสำคัญ

หน้าที่ของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ คือดูแลรักษาผู้ป่วย จึงไม่ควรใช้ความคิดเห็นส่วนตัวไปตัดสินคนที่ท้องไม่พร้อม เพราะเราไม่รู้ว่าชีวิตของแต่ละคนนั้นต้องเจอกับอะไรบ้าง ไม่ควรไปด่วนตัดสินโดยใช้ความรู้สึกของตัวเอง โดยเฉพาะความถูกผิดด้านคุณธรรมจริยธรรม เรามีหน้าที่ให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง เพื่อให้คนที่ท้องไม่พร้อมและครอบครัวตัดสินใจ เราควรเคารพการตัดสินใจของเขา ถ้าเราไม่พร้อมที่จะให้การรักษา ก็ควรส่งต่อให้แพทย์ที่พร้อมทำการรักษาแทน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ที่สำคัญ เราจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหานี้ซ้ำอีก การคุมกำเนิดถือเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดี แพทย์จึงควรเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียของวิธีคุมกำเนิดแต่ละชนิดอย่างถ่องแท้ เพื่อให้คำแนะนำได้ถูกต้อง โดยยึดเอาผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ไม่จำเป็นว่าวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพราะแต่ละคนย่อมมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน ควรพิจารณาวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละคน

ยาฝังคุมกำเนิดถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ เพราะฝังยาครั้งเดียวออกฤทธิ์ได้นาน เหมาะกับวัยรุ่นหรือหญิงที่ต้องการเว้นระยะห่างของการมีบุตรเป็นเวลานาน ในอดีตใช้ Norplant ต้องฝังยาถึง 6 หลอด ซึ่งไม่ใช่ทำได้ง่าย และเวลาถอดออก บ่อยครั้งที่เอาออกได้ไม่หมด ทำให้เกิดความกังวลทั้งคนไข้และแพทย์

ปัจจุบันมียาฝังคุมกำเนิด Implanon ที่ฝังเพียง 1 หลอด ออกฤทธิ์ได้นาน 3 ปี และ Jadelle ที่ฝังเพียง 2 หลอด ออกฤทธิ์ได้นาน 5 ปี ซึ่งอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์บัตรทองผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีวิธีหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผมขอให้คำนึงถึงปัญหาประชากรไทยที่มีการคลอดลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว วิธีคุมกำเนิดจึงควรคำนึงถึงการกลับมามีบุตรได้เร็วเมื่อมีความพร้อมด้วย

การดูแลหญิงที่ท้องไม่พร้อม เป็นหน้าที่ของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมขอให้ทุกคนมองหญิงที่ท้องไม่พร้อมเป็น”ผู้ป่วยคนหนึ่ง” ที่มาให้เรารักษาเหมือนกับผู้ป่วยคนอื่น ๆ เช่นกัน 

ขณะเดียวกันครอบครัว โรงเรียนและสถาบันการศึกษา ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องที่จะต้องรับผิดชอบต่อปัญหาท้องไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ ความเอาใจใส่และสนใจรับฟังปัญหาของวัยรุ่น การไม่เปิดโอกาสให้มีความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ เช่น สถานที่มั่วสุมที่มีการดื่มสุราหรือใช้สารเสพติด และสถานที่สาธารณะที่ลับตาคน 

การให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดเอาวัยรุ่นที่มีปัญหาท้องไม่พร้อมเป็นศูนย์กลาง ช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ทันเวลาก่อนตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ จะได้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ที่สำคัญต้องไม่ตีตราหญิงท้องไม่พร้อมที่สิ้นสุดการตั้งครรภ์แต่ควรให้โอกาสช่วยกันประคองให้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยดี จะได้มีอนาคตที่ดี มีคุณค่าให้กับสังคมต่อไป

ขอให้ทุกคนระลึกไว้เสมอว่าปัญหาท้องไม่พร้อมอาจเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวเราเมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน จะได้เปลี่ยนมุมมองอย่างเข้าใจเพราะสังคมปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมในยุคสมัยของเรามาก ควรร่วมมือกันทำงานอย่างบูรณาการ มีการประสานงานกันตามหน้าที่ของแต่ละคน ที่สำคัญต้องทำงานด้วยหัวใจ ปัญหานี้จึงจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและยั่งยืน

“ขอบคุณที่เป็นคนดี”
หมอณุ 8 มกราคม 2565

ร่วมติดดาวให้เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ

คลิกที่ดาวเพื่อติดดาวให้เนื้อหานี้

จำนวนดาวเฉลี่ย 4.8 / 5. จากการติดดาวทั้งหมด 20

ยังไม่มีการติดดาวให้กับเนื้อหานี้... เป็นคนแรกติดดาวให้เนื้อหานี้

โฆษณา

ทิ้งคำตอบไว้

ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน กับ RSATHAI

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่