
หลายคู่ยังมีความเชื่อที่ว่า การ “หลั่งนอก” (ดึงออกมาก่อนที่จะเสร็จกิจ) คือวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและพึ่งพาได้ แต่ในทางการแพทย์กลับตรงกันข้าม มาดูสาเหตุกันว่าทำไม การหลั่งนอกถึงไม่ใช้วิธีที่ปลอดภัย
1️⃣ “น้ำหล่อลื่น” มีอสุจิซ่อนอยู่
แม้ผู้ชายจะมั่นใจ 100% ว่าดึงออกทันก่อนที่จะหลั่งน้ำอสุจิ (Semen) แต่ในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ร่างกายจะขับ “น้ำหล่อลื่น” (Pre-ejaculate) ออกมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งในน้ำหล่อลื่นนี้มักมีตัวอสุจิปะปนออกมาด้วยเสมอ และอสุจิเพียงแค่ตัวเดียวก็มากพอที่จะว่ายเข้าไปผสมกับไข่จนเกิดการตั้งครรภ์ได้
2️⃣ พลาดแค่เสี้ยววินาที (Human Error)
การควบคุมจังหวะการหลั่งเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยากมากในทางสรีรวิทยา บางครั้งอสุจิอาจเริ่มหลั่งออกมาก่อนหน้าที่จะดึงพ้นช่องคลอดเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว ซึ่งตาเปล่ามองไม่เห็นและเจ้าตัวก็มักจะไม่รู้ตัว
3️⃣ หลั่งนอก = ไม่ป้องกันโรค
นอกจากจะเสี่ยงท้องแล้ว การหลั่งนอกยังไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (เช่น ซิฟิลิส หนองใน เริม HIV) ได้เลย เพราะโรคเหล่านี้สามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งและเยื่อบุตั้งแต่เริ่มสอดใส่แล้ว
สรุปจากใจ RSATHAI
เลิกใช้วิธี “วัดดวง” กับอนาคตของตัวเอง การหลั่งนอกไม่ใช่การคุมกำเนิด หากยังไม่พร้อมมีลูก ควรหันมาใช้วิธีที่ได้มาตรฐาน เช่น ใส่ถุงยางอนามัยตั้งแต่เริ่มต้น (ป้องกันได้ทั้งโรคและท้อง) หรือฝ่ายหญิงอาจใช้ยาคุมกำเนิดรายเดือน เวชภัณฑ์ฝังคุมกำเนิด หรือห่วงอนามัย ซึ่งปลอดภัยมากกว่า




