หลายคนอาจคิดว่าเลือดประจำเดือนต้องเป็นสีแดงสดเสมอ แต่ในความเป็นจริงสีของประจำเดือนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สีและลักษณะของเลือดอาจช่วยให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเบื้องต้นได้ แต่สีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ โดยแพทย์จะให้ความสำคัญกับปริมาณ ระยะเวลา ความสม่ำเสมอ อาการปวด และการมีเลือดออกผิดช่วงร่วมด้วย
สีแดงสด
มักหมายถึงเลือดที่เพิ่งไหลออกและยังไม่เกิดการออกซิไดซ์มาก ทั้งนี้ สีแดงสดเพียงอย่างเดียวไม่ได้ใช้ยืนยันว่าระบบไหลเวียดเลือดหรือสุขภาพโดยรวมปกติ
สีน้ำตาล สีแดงคล้ำ หรือสีดำ
มักพบในช่วงเริ่มแรกหรือวันท้ายๆ ของการมีประจำเดือน เกิดจากเลือดที่ออกช้า หรือค้างอยู่ในช่องคลอดหรือโพรงมดลูกระยะหนึ่ง จึงเกิดการออกซิไดซ์ ทำให้สีเข้มขึ้น โดยแม้แต่สีดำก็ไม่ได้หมายความว่าผิดปกติเสมอไป
สีชมพู
มักเกิดจากเลือดปริมาณน้อยที่ผสมกับตกขาว และพบได้บ่อยได้ช่วงต้น หรือช่วงวันที่ประจำเดือนมาน้อย การมีเลือดสีชมพูเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถใช้บอกได้ว่าตั้งครรภ์ได้ แม้เลือดออกในช่วงตั้งครรภ์ครรภ์อาจมีสีชมพู แดง หรือน้ำตาล ได้จากหลายสาเหตุ หากมีเลือดออกผิดช่วงและมีความเสี่ยงตั้งครรภ์ ไม่ควรใช้สีเลือดตัดสิน ควรตรวจการตั้งครรภ์ตามระยะเวลาที่เหมาะสม
สีเทา สีเหลือง หรือสีเขียว (สังเกตจากตกขาว)
สีเหล่านี้มักเป็นข้อมูลของตกขาวหรือสารคัดหลั่งในช่องคลอดมากกว่าสีของเลือดประจำเดือนโดยตรง
ตกขาวสีเทาอาจพบในภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย (BV) ส่วนสีเขียว/เหลือง อาจพบในการติดเชื้อบางชนิด รวมถึง Trichomoniasis แต่สีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุชนิดของการติดเชื้อได้ หากมีตกขาวสีเทา เหลือง หรือ สีเขียว โดยเฉพาะร่วมกับมีกลิ่นผิดปกติ คัน แสบ หรือปวดร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรซื้อยาสอด หรือยาปฎิชีวะมารับประทานเอง เพราะสาเหตุของตกขาวผิดปกติมีหลายอย่างและการรักษาต่างกัน
การสังเกตุสีและลักษณะประจำเดือนของตัวเองช่วยให้เริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ แต่สีเพียงอย่างเดียวไม่ใช้วินิจฉัยโรค หากมีอาการที่น่าสงสัย เช่น ปริมาณหรือรอบเดือนเปลี่ยนไปมาก ปวดผิดปกติ มีเลือดออกผิดช่วง หรือมีตกขาวผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง หรือถ้ากังวลเรื่องการตั้งครรภ์ทักมาพูดคุย ปรึกษาได้เสมอที่เฟซบุ๊ก RSATHAI หรือไลน์ไอดี @rsathai ความลับของคุณจะถูกรักษาไว้ และเราพร้อมรับฟังโดยไม่มีการตัดสิน




