ลุงหมอเรืองกิตติ์

ปรึกษาเร็ว แก้ไขได้ดีกว่า

RSATHAI อ่าน 6 นาที

วันนี้ ลุงหมอมีเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของหลายๆ กรณีมาเล่าสู่กันฟัง ระหว่างอ่านไป ลุงหมอขอตั้งคำถามว่า เราจะป้องกันท้องหลังมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม และ จะรู้ว่าท้องเร็วกว่านี้และปรึกษาเร็วกว่านี้ได้ไหม หลานๆ น่าจะรู้และควรจะรู้นะครับ

รายแรกเป็นวัยรุ่น มีคุณแม่ คุณยายมาปรึกษาที่คลินิกวัยรุ่นของโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เธอตั้งครรภ์กับอาที่เป็นน้องชายพ่อ และผู้ใหญ่ต้องการให้เธอได้เรียนต่อ ผลการตรวจอัลตร้าซาวด์พบว่าเธอตั้งครรภ์ 21สัปดาห์ ความต้องการของวัยรุ่นคนนี้คือ เธอรักลูกไม่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ บรรยากาศที่เกิดขึ้นในคลินิกวัยรุ่นในวันนั้นคือ ทั้งผู้หญิงสามคน-สามรุ่นร้องไห้เสียใจ

ที่โรงพยาบาลรัฐอีกแห่ง มีวัยรุ่นมีอายุเพียง 14 ปี ท้องกับเด็กชายอายุน้อยกว่า 2 ปี ด้วยความที่เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นหญิงรักหญิง และไม่สามารถเลี้ยงดูทารกที่เกิดมาได้ แต่น่าเสียใจที่มาปรึกษาช้ามาก เพราะท้องได้ 30 สัปดาห์ จำเป็นต้องท้องต่อไป

ที่คลินิกแห่งหนึ่งมีวัยรุ่นหญิงไปปรึกษาคุณหมอเพราะไม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ ตรวจแล้วท้อง 21 สัปดาห์ คุณหมอไม่สามารถช่วยได้เพราะท้องโตมากแล้ว

ความจริงเหล่านี้สะท้อนว่า วัยรุ่นมักมาปรึกษาช้าเกินไปคือเมื่ออายุครรภ์มากแล้ว ทำให้ความช่วยเหลือเพื่อยุติการตั้งครรภ์มีโอกาสที่จะได้รับการปฏิเสธ จึงจำเป็นต้องตั้งครรภ์ต่อไปทั้งๆ ที่ไม่มีความพร้อมจะเลี้ยงทารกที่เกิดมาได้อย่างมีคุณภาพ

การปรึกษาผ่านหน่วยงานที่ให้การปรึกษา เช่น สายปรึกษาท้องไม่พร้อม 1663 หรือ ไปพบแพทย์พยาบาลที่คลินิกวัยรุ่นโดยตรง ตั้งแต่ประจำเดือนขาดหายไปในช่วง 1-2 สัปดาห์นั้น จึงต้องตระหนักและใส่ใจว่าเรื่องนี้จำเป็นสำคัญมาก และ มีผลต่ออนาคตที่สดใสของตนเอง เพราะจะได้มีทางเลือกไม่ว่าจะยุติการตั้งครรภ์หรือตั้งครรภ์ต่อ ไม่ได้ปิดประตูหรือพบว่าทางออกเป็นทางตัน คือ เราต้องกล้าๆ ตัดสินใจให้ถูกเวลานะครับ

ลุงหมอมีตัวอย่างการตั้งครรภ์ที่โตมาก ผิดจากการคาดคะเนของวัยรุ่นว่าเกิดได้อย่างไร?

เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมานี้เอง มีหญิงสาววัย 21 ปี กำลังเรียนด้านสาธารณสุข เธอมาคนเดียว

“หนูต้องการตรวจอายุครรภ์ว่าโตเท่าไหร่ค่ะ คือ หนูจำประจำเดือนครั้งล่าสุดไม่ได้ค่ะ” คือ เรื่องประจำเดือนของเธอมันค่อนข้างสับสนทีเดียว เธอมีเลือดออกตั้งแต่พฤศจิกายนปีก่อน แบบวันเว้นวัน แล้วปริมาณก็เล็กน้อยสีน้ำตาล ใช้ผ้าอนามัยวันละแผ่น เป็นอย่างนี้มาทั้งเดือนนั้น พอมาเดือนธันวาคม ประจำเดือนก็ขาดไป

ลุงหมอ : “แล้วเดือนตุลาคมเป็นประจำเดือนไหม”
.
เธอนั่งคิดทบทวน : “น่าจะเป็นราวๆ กลางเดือนค่ะ เป็น 5 วันออกมาแบบปกติค่ะ ใช้ผ้าอนามัยวันละ 2-3 แผ่นค่ะ”
.
ลุงหมอถามต่อเรื่องประจำเดือน เธอเล่าว่า : “เดือนกันยายนและสิงหาคมก็เป็นช่วงกลางเดือนนาน 5 วันเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือ เดือนกันยายนเลือดมีสีแดงบ้างแต่ส่วนใหญ่สีน้ำตาล ปลายกันยายนจนถึงเดือนตุลาคมทั้งเดือน เธอจะมีอาการแสบท้อง คลื่นใส้ อาเจียนทั้งวันแต่จะเป็นกลางคืนมากกว่า ได้ไปตรวจที่ห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล 3 ครั้ง ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะ ได้ยาแก้โรคกระเพาะและยาแก้คลื่นใส้อาเจียน และได้รับการตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์ 1 ครั้งในเดือนตุลาคม ก็ไม่ท้องแต่ไม่ได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์”
.
พอมาช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน อาการคลื่นใส้อาเจียนหายไป แต่กลับรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย เต้านมโตและเจ็บๆตึงๆ หัวนมจะมีสีคล้ำดำขึ้น แต่เธอก็เข้าใจว่าเคยตรวจท้องมาแล้วจึงไม่น่าจะท้อง ดังนั้นเดือนธันวาคมเธอก็ไม่ได้ตรวจปัสสาวะว่าท้องไหม เธอนั่งนึกทบทวนบอกกับลุงหมอต่อว่าจริงๆ แล้วสังเกตว่าท้องน้อยโตขึ้นตั้งแต่ปลายพฤศจิกายน และโตจนรู้สึกอึดอัดช่วงธันวาคม สองสามวันก่อนมาพบลุงหมอเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรดิ้นอยู่ในท้อง จึงเอะใจปนตกใจ แล้วไปซื้อแผ่นตรวจปัสสาวะมาทดสอบการตั้งครรภ์ ผลขึ้น 2 ขีดนั่นแสดงว่าตั้งครรภ์
.
เรื่องการป้องกัน เธอเล่าต่อว่า ที่ผ่านมา แฟนเป็นคนซื้อถุงยางและใช้เมื่อมีเพศสัมพันธ์กันประมาณ 80% ถ้าไม่มีถุงยางก็จะใช้วิธีหลั่งภายนอก เธอไม่เคยกินยาคุมฉุกเฉินเลย ลุงหมอบอกว่าน่าจะพลาดจากวิธีหลั่งภายนอก และตรวจอัลตร้าซาวด์วัดศรีษะทารกในครรภ์ได้ 47 มม. ก็เท่ากับอายุครรภ์ 21 สัปดาห์ และมีกำหนดคลอดเดือนพฤษภาคม ปีนี้ เธอตกใจเพราะคิดเองว่าน่าจะท้องแค่ 2 เดือนเท่านั้น เพราะเมนส์เพิ่งขาดไปเดือนธันวานี่เอง ลุงหมอบอกว่าประจำเดือนครั้งสุดท้ายจะเป็นประมาณวันที่ 20 สิงหาคม 58 และเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่องประจำเดือนที่ผ่านมา เธอน่าจะท้องสองเดือนเมื่อตุลาคม สามเดือนที่เดือนพฤศจิกายน และ สี่เดือนเมื่อธันวาคม

จากกรณีดังกล่าว ลุงหมออยากจะเตือนหลานๆ วัยรุ่นว่า

ต้องระวังเรื่องลักษณะประจำเดือนปกติกับผิดปกติและอาการต่างๆของการตั้งครรภ์เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นคนนี้ จนกระทั่งลูกดิ้นนะครับ ต้องเฉลียวใจและพบแพทย์ซ้ำ อย่ากลัวหรือเกรงใจ หรือชะล่าใจ ทำให้รู้ไม่เท่าทัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอได้บอกแฟนและคุยกับแม่แฟนแล้วแม่เขาดีใจที่จะได้หลาน เธอจะไปบอกพ่อแม่ของตัวเธอเองและไปขอร้องอาจารย์ขอเรียนจนจบในเดือนกรกฎาคมปีนี้ให้ได้ ซึ่งเธอจะต้องคลอดก่อนเรียนจบ เธอพูดว่า “หนูพร้อมจะรับความจริงและเผชิญทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น”

ลุงหมอขอชมเชยความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวของเธอจริงๆ

สิ่งที่เรียนรู้และทำให้รับรู้คลาดเคลื่อนไปคือ ความเข้าใจเรื่องประจำเดือนปกติ กับเลือดล้างหน้าที่เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อน (Blastocyst) การตรวจปัสสาวะจากการขาดประจำเดือน ร่วมกับอาการแสดงต่างๆ ของการตั้งครรภ์ที่เปลี่ยนแปลงเมื่อท้องโตขี้น ให้สังเกตุตัวเองทั้งสองเรื่องเพื่อกันพลาดนะครับ

ด้วยรักและห่วงใย

นพ.เรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล ผู้ประสานงานเครือข่ายRSA

ที่มา : www.lovecarestation.com

ความคิดเห็น (12)

  1. คือมีอะไรกับแฟนวันที่30ม.ยไม่ได้ป้องกันแต่ผมมีอะไรแบบพอรึสึกจะเสร็จผมก็เอาออกแล้วมันก็มีน้ำขาวๆหนึบๆติดที่ปลายอวัยวะเพศแต่ผมไม่ได้เสร็จแล้วผมก็หยุดมีอะไรกับแฟนแล้ววันที่2 พ.ค แฟนมีประจำเดือนมาแต่มาแค่1วันแบบนี้มีโอกาศท้องมั้ยครับ

    1. RSATHAI ผู้ดูแล

      สวัสดีค่ะ

      หากไม่ได้ป้องกันด้วยวิธีใด ๆ เลย มีโอกาสท้องได้ค่ะ การมีเลือดออกอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีประจำเดือนทุก 28 วัน หรือคลาดเคลื่อนมากหรือน้อยกว่า 7 วัน และมักจะมีครั้งละ 3-7 วัน

      แนะนำให้ตรวจปัสสาวะดูการตั้งครรภ์นะคะ โดยช่วงเวลาที่จะตรวจได้เป็นช่วงหลังเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด 14 วันขึ้นไป หรือหลังประจำเดือน 1 สัปดาห์ค่ะ

      ขอบคุณค่ะ

  2. สวัสดีค่ะ สามารถปรึกษาได้มั้ยคะ เรื่องปรึกษาค่ะ คือประจำเดือนหมด วันที่ 19 แล้วมีเพศสัมพันธ์กับแฟนค่ะ วันที่ 20 ป้องกันโดยใช้ถุงยางค่ะ ( เป็นครั้งแรกด้วยค่ะ ) แล้วรู้สึกกังวลกลัวท้องค่ะ ตอนนี้ซื้อที่ตรวจมาแล้วค่ะ ว่าจะตรวจพรุ่งนี้เช้าค่ะ และวันนี้ยังมี (ไม่แน่ใจว่าเลือดมั้ย) สีน้ำตาล ออกมาด้วยค่ะ

    1. RSATHAI ผู้ดูแล

      สวัสดีค่ะ คุณใจ๋

      การใช้ถุงยางอนามัย เป็นการป้องกันที่ปลอดภัยมีประสิทธิภาพมาก หากใช้ถูกต้องและไม่เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ
      ใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ และโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ค่ะ

      สำหรับการตรวจตั้งครรภ์ เริ่มตรวจได้หลังจากหลังการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 14 วันเป็นต้นไปค่ะ

      ทักมาพูดคุยกับ RSAThai ได้นะคะ

      Line Official: @rsathai
      Inbox Facebook Page: rsathai
      บริการปรึกษาออนไลน์ จันทร์ – ศุกร์ 08:00 – 19:00 น.

      ขอบคุณค่ะ

  3. ปกติรอบเดือน28วันค่ะแต่วันแรกของประจำเดือนรอบล่าสุดคือ23-27กรกฎาคม เพศสัมพันธ์ช่วงวันที่5-7สิงหาคมค่ะ ตอนนี้ตรวจขึ้น1ขีดยังมีโอกาสท้องอยู่ไหมคะ

    1. RSATHAI ผู้ดูแล

      ข้อมูลที่ให้มา

      รอบเดือนปกติ 28 วัน
      รอบล่าสุด: มีประจำเดือน 23–27 ก.ค. → ดังนั้นวันที่ 23 ก.ค. ถือเป็น Day 1 ของรอบ
      มีเพศสัมพันธ์วันที่ 5–7 ส.ค. → ซึ่งตรงกับประมาณ Day 14–16 ของรอบ
      ตรวจครรภ์แล้วขึ้น 1 ขีด (ลบ)

      การตกไข่และช่วงเสี่ยง

      โดยทั่วไปในรอบ 28 วัน ไข่จะตกประมาณ Day 14 → ตรงกับวันที่ 5 ส.ค.
      ช่วงมีเพศสัมพันธ์ (5–7 ส.ค.) จึงตรงกับ ช่วงตกไข่พอดี → ถือว่าเป็น ช่วงที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุด

      เรื่องการตรวจครรภ์
      ชุดตรวจครรภ์ตรวจจากฮอร์โมน hCG ซึ่งจะเริ่มขึ้นหลังการฝังตัว (~6–12 วันหลังไข่ตก)
      ถ้าตรวจเร็วเกินไป (ภายใน 7 วันหลังมีเพศสัมพันธ์) ผลมักยังขึ้น 1 ขีด แม้ตั้งครรภ์จริง
      กรณีนี้ตรวจไปแล้ว แต่ยังไม่บอกช่วงวันที่ตรวจ ถ้าตรวจภายในวันที่ 10–12 ส.ค. ถือว่า เร็วไป ผลลบจึงยังไม่น่าเชื่อถือ

      สรุป

      ยังมีโอกาสท้องได้ เพราะมีเพศสัมพันธ์ตรงช่วงไข่ตก
      ผลตรวจที่ขึ้น 1 ขีดตอนนี้ อาจเร็วเกินไป ทำให้ยังไม่เจอ hCG
      แนะนำให้ รอหลังมีเพศสัมพันธ์ 14 วัน (ประมาณ 19–21 ส.ค.) หรือ หลังประจำเดือนขาด 7 วัน แล้วตรวจซ้ำอีกครั้ง จะได้ผลที่แม่นยำกว่า


      คำแนะนำ

      1. ถ้าประจำเดือนขาด ให้ตรวจซ้ำด้วยชุดตรวจปัสสาวะแบบเช้า (เข้มข้นสุด)
      2. ถ้าอยากชัวร์มากขึ้น สามารถตรวจเลือดหาฮอร์โมน hCG ที่โรงพยาบาลได้ (ตรวจได้เร็วกว่าชุดตรวจปัสสาวะ)
      3. ระหว่างนี้หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องน้อยมาก เลือดออกกะปริดกะปรอย ควรพบแพทย์ทันที

      นพ.นิรันดร์ ชัยศรีสุขอำพร

  4. คือหนูมีเพศสัมพันธ์กับแฟนวันที่16เดือนที่เเล้วใส่ถุงยางแต่หรั่งในตรวจสอบแล้วถุงไม่มีปัญหาขาด/รั่ว หลังจากนั้น4วันประจำเดือนมาตามปกติ แล้ววันที่10ที่ผ่านมามีเพศสัมพันธ์อีกรอบใส่ถุงยางเเละตอนใกล้จะเสร็จเอาออกมาหรั่งข้างนอกถุงไม่รั่วไม่ขาดเช่นกัน ก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งที่สองมีตกขาวเยอะด้วยค่ะเลยกังวง หนูมีโอกาสจะท้องไหมคะ

    1. RSATHAI ผู้ดูแล

      “ใส่ถุงยางทั้งสองครั้ง ตรวจแล้วไม่รั่ว ประจำเดือนมาหลังครั้งแรก และมีตกขาวก่อนครั้งที่สอง จะท้องไหม”

      ถุงยางที่ “ไม่รั่ว ไม่ขาด” = ประสิทธิภาพสูงมาก (โอกาสท้องน้อยกว่า 2% ต่อปี)

      การที่ประจำเดือนมาหลังจากครั้งแรกแล้ว แสดงว่า ไม่มีการตั้งครรภ์จากครั้งนั้นแน่นอน

      สำหรับครั้งที่สอง หากถุงไม่รั่วและหลั่งนอก ก็ถือว่าปลอดภัย
      ➤ ตกขาวที่มากก่อนมีเพศสัมพันธ์อาจเป็นช่วง “ตกไข่” แต่ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันได้อยู่แล้ว

      สรุป: โอกาสตั้งครรภ์แทบไม่มี


      นพ.นิรันดร์ ชัยศรีสุขอำพร

  5. สวัสดีค่ะขอปรึกษาหน่อยนะคะ พอดีหนูมีพสพกับแฟนวันที่23ตุลาใส่ถุงตั้งแต่เริ่มยันจบเช็คแล้วไม่รั่ว 24ตุลาไม่ได้มีการใส่ถุงแล้วก็ไม่ได้มีการหลั่งเลยแต่กินยาคุมฉุกเฉินทันที 26ตุลาใส่ถุงตั้งแต่เริ่มยันจบเช็คแล้วไม่รั่ว ปจด.มาล่าสุดวันที่30ตุลาถึง4พฤศจิ แต่ปจด.รอบ2ยังไม่มาเลยค่ะ(วันนี้5ธันวา) เป็นผลข้างเคียงจากการกินยาคุมมั้ยคะ หรือหนูมีโอกาสท้องมั้ยคะ

    1. RSATHAI ผู้ดูแล

      ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินอาจส่งผลให้รอบเดือนคลาดเคลื่อนไปได้ค่ะ
      ผู้รับบริการสามารถตรวจปัสสาวะการได้ตั้งครรภ์ได้เลย หากรอบเดือนขาดนานเกิน 7 วัน หรือ หลังเพศสัมพันธ์ล่าสุด 14 วันขึ้นไป

      บริการให้คำปรึกษาออนไลน์ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00-19.00 น.
      Line Official : @rsathai, Inbox Facebook Page: https://web.facebook.com/rsathai.org

  6. มีไรกับแฟนวันที่30-31ธันวาแล้วกินยาคุมฉุกเฉิน31หลังจากนั้น7วันมีเลือดออก2-3วันคิดว่าประจำเดือนแล้วมีไรกัน4-5ของเดือนมกราคมไม่ได้กินยาแล้วมีอีก24มกราคมไม่ได้กินยาไม่ป้องกันทุกรอบแต่หลั่งนอกตลอด31-2มีไรกันอีก8ครั้งแล้วกินยาคุมฉุกเฉินอีกรอบวันที่2กุมภาแล้วก็มีเลือดไหล2-3วันอีกพอไปหาข้อมูลอีกทีบอกมันคือผลจากยาคุมต้องรอดูเดือนถัดไปว่าประจำเดือนจะมาไหมพอจะมีโอกาสท้องสูงไหมคะ

    1. มีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง + กินยาคุมฉุกเฉิน 2 รอบ กรณีนี้ข้อมูลค่อนข้างซับซ้อน แต่สรุปประเด็นสำคัญคือ
      มีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกันหลายช่วง ใช้วิธี หลั่งนอก (ซึ่งกันพลาดได้) กินยาคุมฉุกเฉิน 2 ครั้ง มีเลือดออก 2–3 วันหลังการกินยา

      –> เลือดที่ออก มีโอกาสสูงเป็นผลข้างเคียงจากยาคุมฉุกเฉิน ไม่ใช่ประจำเดือนจริง
      ยาคุมฉุกเฉินทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน ประจำเดือนอาจ มาเร็ว มาช้า หรือมาไม่ตรงรอบ

      –> โอกาสตั้งครรภ์ ไม่ถือว่าสูงมาก แต่ก็ไม่เป็นศูนย์ โดยเฉพาะช่วงที่มีเพศสัมพันธ์หลายครั้งโดยไม่ป้องกัน

      –> แนะนำ
      ถ้าประจำเดือน ยังไม่มาในรอบถัดไป → ตรวจครรภ์ทันที
      ในอนาคตไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย ควรเลือกคุมกำเนิดแบบสม่ำเสมอจะปลอดภัยกว่า


      นพ.นิรันดร์ ชัยศรีสุขอำพร

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนเผยแพร่