ลุงหมอเรืองกิตติ์

เลือดล้างหน้าเด็ก หรือ ประจำเดือน

RSATHAI อ่าน 6 นาที

หนูจะท้องไหมคะลุงหมอ ? คือ..เลือดล้างหน้าเด็ก หรือ ประจำเดือน?
เป็นคำถามที่น่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลายๆคน แต่อาจไม่รู้ ทำให้แก้ปัญหาได้ช้า

คำถาม : ลุงหมอคะ ปกติประจำเดือนมาวันที่ 30 แต่เมื่อวานมาเป็นเลือดสีดำ แล้ววันที่ 1 ก็หยุดไป หนูจะท้องรึเปล่าคะ ?

คำตอบ : เมื่อวานเป็นวันที่ 29 เธอมีเลือดออกมาแค่ 2 วัน ลักษณะสีออกเข้มจนดูเป็นสีดำ แล้วเลือดออกเล็กน้อยหยุดไปอย่างเร็ว ดูตามประวัติ “น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะท้อง” นะครับ คือ อาจเป็น “เลือดล้างหน้าเด็ก” ก็ได้ มาฟังกันต่อไปว่ามันหมายถึงอะไร เกิดได้ยังไง ต่างกับประจำเดือนอย่างไร จะยืนยันอย่างไร

ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก” ทางแพทย์มีศัพท์เฉพาะว่า “Implantation bleeding” คือ เลือดที่ออกจากการฝังตัวของตัวอ่อนที่โพรงมดลูก ผู้หญิงที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอทุกๆ 28 วัน จะมีการตกไข่ในช่วงประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน (นับจากการมีประจำเดือนวันแรก) เมื่อมีเพศสัมพันธ์กัน ไข่ถูกผสมกับตัวอสุจิแล้วมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 12-24 ชั่วโมงหลังไข่ตก หลังจากนั้นไข่ที่ถูกผสมแล้ว (Zygote) จะเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนเรื่อยๆ (Blastocyst) และเดินทางต่อไปยังมดลูกเพื่อฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก จากการฝังตัวนี้เอง ในบางครั้งอาจทำให้มีหลอดเลือดเล็กๆในผนังมดลูกแตกจึงทำให้มีเลือดออกมาทางช่องคลอดได้ ซึ่งจะเกิดหลังตกไข่ประมาณ 6-12 วัน ขณะที่ประจำเดือนจะเกิดขึ้น 14 วันหลังจากไข่ตก สองเหตุการณ์นี้ คือ เลือดประจำเดือนและเลือดล้างหน้าเด็กเกิดช่วงเวลาใกล้เคียงกันทำให้เกิดความสับสนได้

หากสังเกตอาการร่วมด้วยก็จะดี
เพราะสัญญาณแรกของการตั้งครรภ์ที่จะรู้ง่ายสุด คือ การเจ็บ/คัดตึงเต้านมนั่นเอง

เลือดล้างหน้าเด็ก จะเกิดขึ้นในการตั้งครรภ์เพียงประมาณ 1 ใน 3 หรือเพียงร้อยละ 30 ผู้หญิงที่ตั้งท้องครั้งแรกมีความเป็นไปได้ที่จะมีเลือดล้างหน้าเด็ก มากกว่าตั้งท้องครั้งหลังๆ เนื่องจากเคยมีการฝังตัวของตัวอ่อนมาก่อนแล้ว เลือดล้างหน้าเด็กมีความแตกต่างกับเลือดประจำเดือน ทำให้พอจะแยกแยะจากกันได้ 4 อย่างที่เห็นได้ชัดดังนี้

  1. ระยะเวลาที่มีเลือดออก : เลือดล้างหน้าเด็กจะไหลออกทางช่องคลอดประมาณ 6-12 วันหรือเฉลี่ย 9 วันหลังไข่ตก ซึ่งจะเท่ากับว่าเลือดล้างหน้ามาเร็วกว่าประจำเดือน โดยจะเป็นช่วง 1 สัปดาห์จนถึงไม่กี่วันก่อนที่ประจำเดือนปกติจะมา ยิ่งถ้ามีเลือดออกใกล้กับวันที่คาดว่าจะเป็นประจำเดือนเท่าไรโอกาสจะยิ่งน้อยที่จะเป็นเลือดล้างหน้าเด็ก
  2. ลักษณะเลือดที่ออก : เลือดล้างหน้าเด็กจะมีออกมาเพียงเล็กน้อย กะปริดกะปรอยหรือเป็นแค่หยดเลือด เป็นรอยเปื้อนกางเกงใน บางคนอาจไม่รู้สึกอะไรไม่รู้ตัว และเลือดล้างหน้าเด็กจะหยุดไปได้เอง
    ขณะที่ประจำเดือนจะมีเลือดออกมากกว่ามาก
  3. สีเลือด : สีเลือดล้างหน้าเป็นสีชมพูจางๆ ไม่เป็นสีแดงสด และจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีสนิมแบบน้ำตาลอมแดง หรือเป็นสีดำ มีบางครั้งก็อาจเป็นสีแดงสดใสก็ได้ ส่วนเลือดประจำเดือนจะเป็นสีแดงสดใสหรือสีแดงเข้ม
  4. ระยะเวลาที่เลือดออก : เลือดล้างหน้าจะอยู่นานแค่ 1 หรือ 2 วัน ขณะที่ประจำเดือนจะเป็นนาน 3-5 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน

 มีข้อสังเกตจากอาการอื่นๆ ที่มีร่วมด้วย ขณะมีเลือดล้างหน้าเด็ก คือ
1. ปวดเกร็งเล็กน้อยบริเวณท้องน้อย เกิดจากมดลูกมีการบีบรัดตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติ บ่งชี้ว่าอาจตั้งครรภ์แล้ว ฉะนั้นเมื่อมีอาการปวดเกร็งที่ท้องน้อยผู้หญิงควรต้องถามตนเองก่อนว่า “ฉันท้องรึเปล่า”
2. ขณะมีเลือดล้างหน้าเด็ก ผู้หญิงมักมีอารมณ์สวิง และมักมีอาการปวดศรีษะ

จากคำถามนี้ การมีเลือดออกกะปริดกะปรอยในวันที่ใกล้กับวันที่จะเป็นประจำเดือนเพียง 1 วัน ก็จะยิ่งทำให้สับสน ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือ ต้องตรวจปัสสาวะเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์

จากเรื่องเลือดล้างหน้าเด็ก ลุงหมอมีข้อแนะนำที่สำคัญ ดังต่อไปนี้ คือ
1. อย่าเข้าใจผิดๆ ว่าการมีเลือดออกเล็กน้อยช่วงก่อนจะเป็นประจำเดือนจะเป็นเพียงแค่ประจำเดือนที่มาน้อย เพราะจะทำให้ผิดพลาดเรื่องการตั้งครรภ์ แล้วผิดพลาดเรื่องอายุของการตั้งครรภ์ด้วย
2. การมีเลือดล้างหน้าเด็กนั้น บ่งบอกการตั้งครรภ์ เป็นเรื่องปกติที่ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ผู้หญิงก็สามารถตั้งครรภ์โดยไม่มีเลือดล้างหน้าเช่นกัน
3. เวลาของเลือดล้างหน้าเด็ก คือ ช่วงวันที่มีการฝังตัวของตัวอ่อนที่ผนังมดลูก ประมาณ 9-10 วันหลังตกไข่หรือการปฏิสนธิ ซึ่งจะอยู่ในช่วง 6-12 วันหลังตกไข่
4. หลังการฝังตัวที่มีเลือดล้างเด็กออกมาประมาณ 3-4 วัน สามารถไปตรวจเลือดเพื่อทราบการตั้งครรภ์ได้ หรืออาจตรวจปัสสาวะได้ผลบวก ประมาณ 5-6 วันหลังหลังจากนั้น         

ดังนั้น ผู้หญิงที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นประจำเดือนหรือจะเป็นเลือดล้างหน้าเด็ก ควรจะรอประมาณ 1 สัปดาห์หลังมีเลือดออกวันแรกเพื่อจะตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์จะได้ผลตรวจที่แน่นอนกว่าครับ

ด้วยรักและห่วงใย
ลุงหมอเรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล

ความคิดเห็น (7)

  1. มีเลือดออกช่วงวันไข่ตก คือช่วงวันที่ 17-20 มค.
    แต่ประจำเดือนครั้งล่าสุดมาเมื่อวานทีี 8 มค. และหยุดในวันที่ 13 มค. ทั้งนี้ได้มีเพศพันธ์ตั้งแต่วันที่ 15-18 มค. เพื่อต้องการตั้งครรภ์ค่ะ อยากทราบว่าเลือดที่ไหลออกมา เป็นเลือดประจำเดือน ไหมคะ และโอกาสการตั้งครรภ์จะมีไหม สีที่ออกมาเป็นสีแดงออหน้ำตาลค่ะ ปริมาณไม่เยอะเลย พอเปื้อนกางเกงชั้นใน ค่ะ

    1. RSA -Thai Referral System for Safe Abortion ผู้ดูแล

      สวัสดีค่ะ

      เวลาของเลือดล้างหน้าเด็ก คือ ช่วงวันที่มีการฝังตัวของตัวอ่อนที่ผนังมดลูก ประมาณ 9-10 วันหลังตกไข่หรือการปฏิสนธิ ซึ่งจะอยู่ในช่วง 6-12 วันหลังตกไข่
      หลังการฝังตัวที่มีเลือดล้างเด็กออกมาประมาณ 3-4 วัน สามารถตรวจปัสสาวะได้ผลบวก ประมาณ 5-6 วันหลังหลังจากนั้น

      ผู้หญิงที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นประจำเดือนหรือจะเป็นเลือดล้างหน้าเด็ก ควรจะรอประมาณ 1 สัปดาห์หลังมีเลือดออกวันแรกเพื่อจะตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์จะได้ผลตรวจที่แน่นอนกว่า

  2. จะติดต่อศึกษากับคุณหมอเป็นการส่วนตัวทาง ไลท์ก็ได้หรือทางเบอร์ก็ได้จะต้องติดต่อทางช่องทางไหนคะ ตอนนี้เครียดมากค่ะ ยังไม่พร้อม

  3. สวัสดีค่ะคุณหมอ เดือนที่แล้วประจำเดือนมาวันที่ 21 พ.ย.แต่วันที่ 17 ธ.ค.ได้เข้าห้องน้ำแล้วเอากระดาษซับปกติ ประกฏว่ามีเลือติดกระดาษทิชชู เข้าใจว่าประจำเดือนมา และมีเพศสัมพัน ก็เลยใส่ผ้าอนามัย ปรากฏว่า ไม่ใช่ประจำเดือนค่ะ วันนี้ วันที่ 19 ธ.ค. ประจำเดือนก็ยังไม่มา มีสิทธิตั้งครรภ์ ไหมค่ะ

    1. RSATHAI ผู้ดูแล

      เลือดติดทิชชูวันที่ 17 ธ.ค.เข้าใจว่าประจำเดือนมา มีเพศสัมพันธ์ แต่จริง ๆ ไม่ใช่ประจำเดือน — มีโอกาสตั้งครรภ์ไหม
      ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ

      เลือดที่ออกวันที่ 17 ธ.ค. น่าจะเป็นเลือดกะปริดกะปรอย
      หากมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกัน ในช่วงนั้น
      ➡️ มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ (แม้โอกาสไม่สูงมาก)

      โดยเฉพาะถ้า
      ประจำเดือนมาผิดปกติ
      รอบเดือนคลาดเคลื่อน
      มีการไข่ตกใกล้ช่วงนั้น

      แนะนำทำอย่างไรดี

      1. ตรวจครรภ์ ตรวจได้ตั้งแต่
      หลังมีเพศสัมพันธ์ 14 วัน
      หรือเมื่อประจำเดือนขาด 7 วันขึ้นไป

      2. ระหว่างนี้
      สังเกตอาการ เช่น คลื่นไส้ เจ็บคัดเต้านม ง่วงผิดปกติ

      ควรไปพบแพทย์ทันที หาก
      เลือดออกไม่หยุด / ออกมาก
      ปวดท้องน้อยรุนแรง
      มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น


      นพ.นิรันดร์ ชัยศรีสุขอำพร

    2. RSATHAI ผู้ดูแล

      เลือดติดทิชชูวันที่ 17 ธ.ค.เข้าใจว่าประจำเดือนมา มีเพศสัมพันธ์ แต่จริง ๆ ไม่ใช่ประจำเดือน — มีโอกาสตั้งครรภ์ไหม
      ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ

      เลือดที่ออกวันที่ 17 ธ.ค. น่าจะเป็นเลือดกะปริดกะปรอย
      หากมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกัน ในช่วงนั้น
      ➡️ มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ (แม้โอกาสไม่สูงมาก)

      โดยเฉพาะถ้า
      ประจำเดือนมาผิดปกติ
      รอบเดือนคลาดเคลื่อน
      มีการไข่ตกใกล้ช่วงนั้น

      แนะนำทำอย่างไรดี

      1. ตรวจครรภ์ ตรวจได้ตั้งแต่
      – หลังมีเพศสัมพันธ์ 14 วัน
      – หรือเมื่อประจำเดือนขาด 7 วันขึ้นไป

      2. ระหว่างนี้ สังเกตอาการ เช่น คลื่นไส้ เจ็บคัดเต้านม ง่วงผิดปกติ

      ควรไปพบแพทย์ทันที หาก
      เลือดออกไม่หยุด / ออกมาก
      ปวดท้องน้อยรุนแรง
      มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น


      นพ.นิรันดร์ ชัยศรีสุขอำพร

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนเผยแพร่