ครูผมสอนมาว่า การป้องกันดีกว่าการรักษา หรือหากว่าป่วยแล้ว การดูแลรักษาจัดการแต่เนิ่นๆ มันจะทำให้ผลการรักษามันออกมาดีกว่า เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
เอาง่ายๆ คนท้องสักคนที่มีอาการครรภ์เป็นพิษ นั่นคือความเจ็บป่วยแห่งครรภ์ ความดันเลือดเริ่มสูง โปรตีนเริ่มรั่วออกทางไต หากหมอจัดการได้เร็ว ให้รีบคลอด มันก็จะลดความเสี่ยงของครรภ์เป็นพิษขั้นรุนแรงได้ ตีเสียว่ารักษาแต่เนิ่นๆ เสียเบี้ยไปราว ๓ บาท คนท้องปลอดภัย
แต่ถ้าหมอไม่จัดการให้คลอดด้วยเหตุใดก็ตามแต่ คนท้องจะมีอาการรุนแรงขึ้น ความดันสูงปรี๊ด ต้องใช้ยารักษามากมาย ค่ารักษาในตอนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น ๓๐ บาท (รักษาทุกโรคแต่ขี้เบี้ยวหนี้) และคนท้องก็เกิดการบาดเจ็บมากขึ้น
ต่อนะครับ ผมกำลังจะบอกว่า หากยังไม่รีบจัดการอีก โรคครรภ์เป็นพิษจะรุนแรงต่อไปจนตับเริ่มพัง เกล็ดเลือดเริ่มถูกทำลาย เม็ดเลือดแดงแตก ถึงตอนนี้ความเสียหายมันก็จะบานปลาย เบี้ยที่เสียไปก็อาจทะยานไปหลัก ๓๐๐ หรือ ๓ พัน หรือเราอาจจะเสียคนท้องและลูกเขาไปก็ได้
เอิ่ม..ตัวเลขนั่นคือการสมมุติ แต่การบาดเจ็บและการตายมีอยู่จริงโดยไม่ได้สมมติ
อย่างวันนี้ สัปดาห์นี้ ผมเป็นผู้รับผิดชอบการดูแลคนไข้บนวอร์ด ต้องพานักเรียนแพทย์ราวน์ด เราได้เจอกับสุดใจ สุดใจเป็นหญิงอายุรุ่นน้องผมราว ๑๐ ปี เธอป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกระยะที่ ๔ เอ ระยะที่ ๔ คือระยะท้ายสุดของมะเร็ง และการมีตัวเอกำกับไว้ท้ายเลข ๔ มันบอกว่ามะเร็งได้กัดกินเข้าไปจนถึงกระเพาะฉี่ของเธอ
“ทำไมจึงเป็นขั้นที่ ๔ เอ” ผมถามนักเรียนแพทย์เจ้าของไข้
“เพราะมีการลุกลามเข้าแบลดเดอร์ค่ะ” แบลเดอร์คือกระเพาะฉี่นะครับ
“เข้าใจ แต่ผมอยากรู้ว่า ทำไมเราต้องมาเจอคนอายุ ๔๐ เศษเป็นมะเร็งระยะที่ ๔ ทั้งๆที่ตอนนี้การตรวจมันเข้าถึงง่ายมาก การรักษาระยะต้นก็ทำได้ตั้งแต่มันยังไม่เป็นมะเร็ง และวัคซีนก็มี”
นี่คือคำอธิบายของครูเฒ่า ซึ่งแน่นอนว่า ลูกศิษย์ยังไม่เข้าใจเจตนาแห่งคำถามนั้น พวกเขาจึงยังคงยืนเงียบ เราจึงต้องคุยกับเขาไง
สุดใจมีลูก ๒ คนครับ เธอผ่านการมีสามีมาทั้งหมด ๓ คน และคนที่ ๓ ก็เลิกกันได้ราวปีเศษ มันคือเรื่องราวปกติของคนไข้มะเร็งปากมดลูกที่ผมได้ยินมาตลอดระยะเวลาช่วงชีวิตของการเป็นหมอสูติ นิยายที่ไม่เคยเปลี่ยนพล็อต
“ทำไมจึงเลิกกันครับ ขอโทษที่ถามนะครับ ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร” เรื่องแบบนี้ต้องระวัง
“อยู่กันไม่ได้ค่ะหมอ เวลามีอะไรกันมันเจ็บมาก และเลือดก็ออกมากตลอดเลย จึงไม่ให้นอนด้วย เขาก็เลยไป”
ปัญหาทางเพศเกิดขึ้นอยู่ราวเกือบปี น่าสงสัยใช่ไหมว่าทำไมเธอจึงไม่ไปรับการตรวจสักที ในขณะที่คนเป็นหมออย่างเราเข้าใจได้ว่ามะเร็งมันเกิดขึ้นมากแล้วตั้งแต่ตอนนั้น จากระยะต้นๆที่รักษาได้ จนกลายเป็นระยะลุกลามที่ตอนนี้อาการปวดจากการกัดกินของมะเร็งมันแสนทรมาน
“ทำงานค่ะ ทำงานตลอดเลย ไม่รู้จะไปหาหมอได้ตอนไหน จนตอนนี้มันไม่ไหวแล้ว” เธอตอบ
“เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เหรอสุดใจ” ผมกำลังนำเข้าเรื่อง
“ไม่เคยตรวจค่ะ ก็คิดว่าเราไม่ได้เจ็บป่วย มันน่าอายมากนะหมอเรื่องแบบนี้น่ะ”
“หลังคลอดก็ไม่ได้ตรวจเหรอครับ”
“ไม่ค่ะ”
เราคุยกันอีกพักหนึ่ง แล้วผมก็พานักเรียนแพทย์เดินออกมา
“ทำไมจึงเป็นระยะ ๔ เอ รู้แล้วยัง” ถึงตอนนี้นักเรียนเริ่มเข้าใจ
“ในฐานะที่พวกคุณหมอจะต้องจบออกไปเป็นจีพี ผมว่านี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมอยากให้คุณหมอเข้าใจว่า มันคือหน้าที่ที่สำคัญ”
จีพีคือหมอทั่วไปครับ คือหมอที่ดูแลคนไข้ในภาพรวมได้ดีที่สุด รักษาโรคพื้นฐานได้ดีที่สุด และยังรวมถึงทำหน้าที่ในการป้องกันโรคอีกด้วย
“คิดดูนะ ถ้าสุดใจได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่เมื่อ ๑๐ ปีก่อน เขาจะไม่เป็นมะเร็งแบบนี้ หมออย่างพวกผมเก่งมากนะครับในการดูแลคนไข้ที่เป็นมะเร็งแล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่า ถ้าเขาไม่ต้องเป็นมะเร็งจนต้องมาหาเราที่นี่ มันคือสิ่งที่ดีที่สุด และนี่แหละที่ผมคิดว่ามันคือหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ของจีพีไง การตรวจคัดกรอง การจัดการเรื่องการเข้าถึงวัคซีน และการป้องกันโรคในวิธีต่างๆ”
ทีมเราออกจากวอร์ดสามัญก็มาถึงวอร์ดห้องพิเศษเพื่อไปพบสายใจ
สายใจเป็นมะเร็งเต้านมที่ถูกรักษาจนหายดีแล้ว แต่การที่ต้องมานอนโรงพยาบาลในครั้งนี้ก็เพื่อตัดมดลูกที่มีการหนาตัวของโพรงมดลูกผิดปกติ การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีและเรากำลังจะให้สายใจได้กลับบ้าน
“ตรวจมะเร็งเต้านมกันบ้างหรือยังครับ” ผมหันไปหาผู้หญิงอีก ๒ คนที่มีหน้าตาละม้ายสายใจ เดาได้ว่าคนหนึ่งคือน้องสาว และอีกหนึ่งคือพี่สาว
“ตรวจแล้วค่ะ ปกติดีอยู่” ผู้เป็นน้องตอบมา
แล้วผมก็หันไปหาอีกคน เธอส่ายหน้า
“มีอะไรไหมครับ” ผมถามไป เธอไม่ตอบ
“รู้ใช่ไหมครับว่ามะเร็งเต้านมมันคือความเสี่ยงของครอบครัว” คราวนี้เธอพยักหน้าแล้วบอกผมว่าเธอมีโรคประจำตัวบางอย่าง
“มันคนละเรื่อง โรคที่เธอเป็นเธอก็จัดการดูแลรักษาไป ส่วนการตรวจนมนั้นมันก็เพื่อคัดกรองความเสี่ยง ตรวจเจอความผิดปกติแต่เนิ่นๆมันจัดการง่ายกว่าตอนเป็นเยอะแล้ว”
ผมยังคงเน้นย้ำเรื่องการป้องกัน การคัดกรองและจัดการแต่เนิ่นๆ
ว่าด้วยเรื่องการป้องกัน มันก็จะมีอยู่อย่างหนึ่งซึ่งป้องกันไม่ได้ นั่นคือ แ ก่ …
“ผ่าตัดกระชับช่องคลอดไปแล้ว ในอนาคตก็มีโอกาสเกิดการหย่อนซ้ำกลับมาได้อีกนะครับ” ผมบอกพี่สมใจ
เธอมีอาการช่องคลอดหย่อนจนโผล่ออกมาเป็นก้อนตุงเท่าลูกเทนนิสติดคาอยู่ที่ช่องคลอด
“อ้าว แล้วทำไมยังมีโอกาสเกิดซ้ำได้อีกล่ะ”
อุย..มันคือคำถามที่น่าตกใจมากสำหรับผม เพราะคนไข้ทุกคนจะถูกผมอธิบายเสมอว่า การหย่อนซ้ำมันเกิดขึ้นได้เพราะเราผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมความผุกร่อน ไม่ได้ทำให้มันเป็นของใหม่
แต่ก็อย่างว่า ฟังก่อนผ่ากับฟังหลังผ่ามันก็อาจจะแปลความ ได้ยินหรือรับรู้ต่างกัน
“หมอรักษาการแก่ไม่ได้ พี่สมใจก็แก่ลงทุกวัน ถ้าจะไม่ให้หย่อนก็ต้องไม่แก่” ผมบอกเธอไปอย่างนั้น
“การแก่ป้องกันไม่ได้ แต่หากจะไม่อยากแก่ก็ต้องรีบตายตอนอายุสัก ๓๐ ปี แบบนั้น แก่ไม่ทันและไม่ทันแก่”
ผมทิ้งท้ายได้อย่างน่าตบ
ธนพันธ์ ชูบุญ
แก่แล้วเหมือนกัน
๒๗ ธค ๖๘