ความรู้ท้องไม่พร้อม ป้องกันท้องไม่พร้อม คุมกำเนิด

เลือกให้เป๊ะ! สรุปวิธีคุมกำเนิดแบบไหนที่ใช่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ดีที่สุด

RSATHAI อ่าน 3 นาที

เพราะวิถีชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน การคุมกำเนิดจึงไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน บางคนทำงานเป็นกะจนลืมกินเวชภัณฑ์ บางคนอยากได้ความสะดวกสบายขั้นสุด หรือบางคนต้องการความมั่นใจแบบสองชั้นในการป้องกันโรคและป้องกันท้องไปพร้อมกัน RSATHAI ขอสรุปวิธีคุมกำเนิดตาม “ไลฟ์สไตล์” เพื่อให้ทุกคนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกวิธีที่ตรงกับวิถีชีวิตของตัวเองมากที่สุด

1️⃣ สายเป๊ะ มีระเบียบ เหมาะกับคนที่มีกิจวัตรประจำวันชัดเจน ไม่ค่อยลืม

ยาเม็ดคุมกำเนิดรายเดือน ต้องกินทุกวันในเวลาเดียวกันเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ

ยาฉีดคุมกำเนิด ฉีดทุก 1 หรือ 3 เดือน (แล้วแต่ชนิด) โดยต้องไปตามนัดของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

2️⃣ สายยุ่ง งานรัดตัว ขี้ลืม เหมาะกับคนที่ไม่อยากกังวลเรื่องการลืมกินยา ทำครั้งเดียวจบ คุมได้ยาวนานหลายปี

เวชภัณฑ์ฝังคุมกำเนิด ฝังหลอดเล็กๆ ใต้ผิวหนังท้องแขน คุมได้ 3 หรือ 5 ปี ประสิทธิภาพสูงมาก หมดปัญหาเรื่องลืมกินเวชภัณฑ์หรือต้องเดินทางไปสถานพยาบาลบ่อยๆ

ห่วงอนามัย (IUD) ใส่เข้าไปในโพรงมดลูกโดยแพทย์ คุมได้นาน 3-10 ปี (แล้วแต่ชนิด) เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบายและไม่ต้องการกังวลเรื่องการคุมกำเนิดในระยะยาว

3️⃣ สายเซฟตี้ มั่นใจคูณสอง เหมาะกับทุกคนที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในการป้องกันทั้งการตั้งครรภ์และโรคติดต่อ

ถุงยางอนามัย เป็นวิธีเดียวที่ป้องกันได้ทั้ง “การตั้งครรภ์” และ “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” สามารถใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดหลัก หรือใช้คู่กับวิธีอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยที่มั่นใจขึ้นอีกระดับ

4️⃣ สายพอแล้ว ไม่ขอมีลูกเพิ่ม เหมาะกับคนที่มั่นใจแล้วว่าไม่ต้องการมีบุตรเพิ่มอีกในอนาคต

การทำหมันหญิง / การทำหมันชาย เป็นวิธีที่ปลอดภัยและให้ผลถาวร โดยเฉพาะการทำหมันชายที่เป็นหัตถการขนาดเล็กและฟื้นตัวได้รวดเร็วมาก

สรุปจากใจ RSATHAI

ทางเลือกที่ดีที่สุด คือทางเลือกที่สะดวกใจและสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ และอย่าลืมว่าหญิงไทยอายุ 15-59 ปี สามารถใช้สิทธิ สปสช. (ครอบคลุมทั้งบัตรทอง, ประกันสังคม, ข้าราชการ) เพื่อรับบริการคุมกำเนิด เช่น ยาคุมรายเดือน ถุงยาง หรือเวชภัณฑ์ฝังคุมกำเนิด ได้ฟรีที่สถานพยาบาลร่วมบริการของ สปสช.

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนเผยแพร่