หลังจากผ่านกระบวนการยุติการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะด้วยการใช้ยาหรือการดูดสุญญากาศ ร่างกายย่อมต้องการเวลาในการปรับตัวและฟื้นฟูสภาพให้กลับสู่ภาวะปกติ สิ่งที่สำคัญที่สุดในขั้นต่อไปคือการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
- รับมือกับเลือดที่ออกมาและอาการปวดท้อง
หลังรับบริการ อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดคล้ายประจำเดือน หรือมีลิ่มเลือดปนออกมาบ้าง ซึ่งเลือดอาจไหลกะปริบกะปรอยต่อเนื่องได้ประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ ถือเป็นเรื่องปกติ
อาจมีอาการปวดเกร็งท้องน้อยคล้ายปวดประจำเดือน เนื่องจากมดลูกกำลังบีบตัวเพื่อกลับคืนสู่ขนาดปกติ สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำ
- กฎเหล็กป้องกันการติดเชื้อ
ปากมดลูกจะยังเปิดอยู่เล็กน้อยในช่วงแรก จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายมาก
ควรใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นเท่านั้น ไม่ควรใช้แบบสอด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและช่วยสังเกตปริมาณเลือด
ควรงดมีเพศสัมพันธ์ และงดการสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าไปในช่องคลอด อย่างน้อย 1 ถึง 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าเลือดจะหยุดไหลสนิท
ควรงดแช่อ่าง ว่ายน้ำ และงดสวนล้างช่องคลอดเด็ดขาด
- การใช้ยาและการใช้ชีวิตประจำวัน
หากแพทย์จ่ายยาแก้ปวด หรือยาอื่น ๆ มาให้ ควรรับประทานให้ครบตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือเดินไปมาได้ตามปกติ แต่ควรงดการยกของหนัก หรือออกกำลังกายหักโหมในช่วงสัปดาห์แรก
- สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบกลับไปพบแพทย์
หากมีอาการต่อไปนี้ข้อใดข้อหนึ่ง ควรรีบกลับไปสถานพยาบาลทันที
เลือดออกมากผิดปกติ ชุ่มผ้าอนามัยแผ่นหนาเกิน 1 แผ่น ภายใน 1 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 ชั่วโมง
ปวดท้องน้อยรุนแรงมาก และรับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้น
มีไข้สูง หนาวสั่น หลังรับบริการเกิน 24 ชั่วโมง
ตกขาวมาก สีผิดปกติ หรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรง
- เริ่มคุมกำเนิดได้ทันที
ร่างกายสามารถกลับมาตกไข่และตั้งครรภ์รอบใหม่ได้เร็วมาก ดังนั้น หากยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ สามารถเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิด เช่น ยาคุมกำเนิดรายเดือน ยาฉีด หรือยาฝัง ได้ทันทีในวันที่รับบริการยุติการตั้งครรภ์
สรุปจากใจ RSATHAI
การดูแลร่างกายหลังยุติการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รักษาความสะอาด สังเกตอาการผิดปกติ และให้เวลาร่างกายได้พักผ่อน นอกจากร่างกายแล้ว อย่าลืมดูแลจิตใจตัวเองด้วย ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้รู้สึกเศร้าหรืออ่อนไหวได้บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ ดีขึ้น




